โจ นูโว” แถลงจุดยืน รู้ดีใครชั่วใครเลว! ฉะ “ตำรวจ” ฆ่าประชาชนเพื่อทำเรื่องให้ “ทักษิณ” ลี้ภัย

โจ นูโว” ทนไม่ไหวตำรวจทำร้ายประชาชน แฉเป็นการทำข้อเสนอ (Proposal) ประกอบการลี้ภัยของใครบางคน เผยมีการให้เงินกระจายไปทุกจุด ลั่นรู้ดี ใครชั่ว ใครเลว เรียกร้องรัฐบาลแสดงความรับผิดชอบ
หลังจากเกิดเหตุการณ์ตำรวจบุกสลายม็อบด้วยความรุนแรจนทำให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตเป็นจำนวนมากเมื่อวันที่ 7 ตุลาคมที่ผ่าน ทำให้หลายๆ ฝ่ายทนไม่ไหวต้องออกมาประณามการกระทำดังกล่าว “โจ นูโว” จิรายุส วรรธนะสิน ก็เป็นหนึ่งในศิลปินที่ไปร่วมลงนามไม่เห็นด้วยกับการกระทำของรัฐบาล และเรียกร้องให้รัฐบาลรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น นอกจากนั้นแล้วก็ยังแสดงความคิดเห็นต่อเหตุการณ์ครั้งนี้ว่า "เป็นการทำข้อเสนอ (Proposal) ประกอบการลี้ภัยของใครบางคน ลั่นรู้ดีว่า ใครดี ใครชั่ว !"
หลังจากเกิดเหตุการณ์ตำรวจบุกสลายม็อบด้วยความรุนแรจนทำให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตเป็นจำนวนมากเมื่อวันที่ 7 ตุลาคมที่ผ่าน ทำให้หลายๆ ฝ่ายทนไม่ไหวต้องออกมาประณามการกระทำดังกล่าว “โจ นูโว” จิรายุส วรรธนะสิน ก็เป็นหนึ่งในศิลปินที่ไปร่วมลงนามไม่เห็นด้วยกับการกระทำของรัฐบาล และเรียกร้องให้รัฐบาลรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น นอกจากนั้นแล้วก็ยังแสดงความคิดเห็นต่อเหตุการณ์ครั้งนี้ว่า "เป็นการทำข้อเสนอ (Proposal) ประกอบการลี้ภัยของใครบางคน ลั่นรู้ดีว่า ใครดี ใครชั่ว !"
“ตอนนี้มันถึงจุดที่แบบมีการแตกแยกกันอย่างรุนแรงมากประเทศชาติแตกออกเป็นเสี่ยงๆ แม้แต่คนในครอบครัวเดียวกันทุกคนก็ทะเลาะกัน คนร่วมงานกันก็ทะเลาะกันเพียงเพราะเรื่องของคนๆ เดียว กับเงิน กับผลประโยชน์อะไรแบบนี้ คือผมอยู่มาตลอด ผมเกิดพ.ศ.2510 ปี 2519 ผมดูทีวีก็เห็นนักศึกษาถูกให้ถอดยกทรงหมอบอยู่ในสนาม ผมก็ถามพ่อว่านี่อะไร พ่อก็บอกอ๋อวันนี้ไม่ต้องไปโรงเรียนลูก”
“จนกระทั่งพฤษภาทมิฬผมก็เห็นก็รู้ตลอดว่าอะไรคืออะไร จนถึงตอนนี้มันกลืนไม่เข้าคลายไม่ออก เป็นจุดที่แบบทุกคนอึดอัดหมด มันแบ่งเป็นหลายๆ กลุ่ม บางคนก็ได้ผลประโยชน์ไปแล้ว บางคนไม่ได้ก็อยู่เฉยๆ ก็ต้องขอบคุณกลุ่มพันธมิตรฯ ด้วยเพราะข้อมูลเขาดี บางคนไม่ได้ติดตามแต่พอฟังข้อมูลก็ทำให้ฉลาดขึ้น พอคนฉลาดขึ้นคิดขึ้นเป็นเรื่องดีนะครับแต่ก็คงต้องใช้เวลา”
“เรื่องการทะเลาะกันสำหรับผมรู้สึกเฉยๆ อยู่แล้วเพราะผมเห็นการขัดแย้งมาโดยตลอด เหมือนพ่อกับลูกทะเลาะกันเดี๋ยวก็ต้องรักกันเพราะเป็นพ่อกับลูก พ่อหยิบไม้เรียวออกมาตีลูกเดี๋ยวก็ดีกัน แต่ถ้าพ่อเริ่มหยิบระเบิดมาขว้างใส่ลูกมันไม่ใช่ไง ผมรู้สึกว่า...โอ้โห ผมไม่ชอบการใช้ความรุนแรงกับประชาชน”
“ส่วนเรื่องการยุบสภาควรจะเลือกตั้งใหม่ อันนั้นไม่ใช่สิ่งที่ผมจะไปหยิบยื่นอะไรได้ แต่ถ้าจะถามว่า ถ้าจะให้ยุบสภาทำรัฐธรรมนูญใหม่มันก็น่าจะเป็นทางออกอย่างหนึ่ง แต่ปัญหามันอยู่ที่ว่าคนเก่าๆ ความน้ำเน่ามันยังจะกลับมาอีกหรือเปล่า ซึ่งปัญหามันอยู่ตรงนั้น ถ้าผมมีโอกาสก็อยากจะบอกว่า พอเถอะคร้าบ(ลากเสียงยาว) อยู่บ้านเถอะ เลี้ยงลูกเลี้ยงหลานเถอะ ปล่อยให้คนรุ่นใหม่ได้เข้ามาทำงานกันบ้างก็น่าจะดีขึ้น”คนเก่า เรื่องเน่าๆ จะกลับมาอีกหรือเปล่าเป็นเรื่องที่เกินจะคาดเดา แต่ที่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม และการที่ตำรวจออกมาแถลงการณ์ว่า ใช้แค่แก๊สน้ำตาในการสลายการชุมนุม เป็นสิ่งที่หลายๆ คนยังกังขา ในฐานะที่บุคคลสาธารณะที่มีโอกาสได้ไปเยี่ยมเหยื่อทมิฬที่โรงพยาบาล “โจ นูโว” ยืนยันว่าแก๊สน้ำตาไม่น่าทำให้คนขาขาดได้
“การที่ผมไปเยี่ยมคนไทยที่บาดเจ็บจากการเข้าไปสลายม็อบที่โรงพยาบาลวชิระ ผมเข้าไปดูแผล ดูจากตาเปล่าและการได้สัมผัส ผมรู้สึกว่า มันไม่น่าจะเป็นแผลที่มาจากแก๊สน้ำตา น่าจะเป็นแผลที่มาจากอะไรที่เป็นสะเก็ดออกมา ถ้าตำรวจไม่ได้ขว้างก็คงอาจจะมีใครซุ่มขว้างอยู่ที่อื่น หรือรอจังหวะขว้าง แต่ผมมองดูแล้วไม่ใช่แก๊สน้ำตาที่จะทำให้คนขาขาดได้”
ส่วนเรื่องที่ตำรวจบอกว่า “ระเบิดเป็นของพันธมิตร” นักร้องชื่อดังบอกว่า...
“ในความเห็นของผม ผมคิดว่าถ้าใครพกระเบิดไป ก็คงขว้างออกไปแหละครับ คงไม่มีใครเก็บไว้กับตัวเอง อีกอย่างหนึ่งก็อย่าลืมว่าเราก็มีอีกกลุ่มหนึ่งที่รอทำให้มันรุนแรงขึ้น คือผมมองแล้ว ผมคิดว่ามันเหมือนการทำข้อเสนอมันคือการทำข้อเสนอประกอบการขอลี้ภัยมากกว่า ดูแล้วมันแบบ...มันเหมือนเป็นการทำข้อเสนอ (Proposal) ไปขอสปอนเซอร์ เราก็ต้องทำให้โครงการเราน่าเชื่อถือที่สุด การที่จะไปผลักดันให้ม็อบผลักไปโดยดีโดยการเอาโล่ดันๆ ก็ได้ เอาตะบองตีก็ได้แต่ไม่ใช่ ตู้ม ตู้ม ตู้ม ตู้ม ตู้ม ตู้ม ตู้ม ขนาดนี้ ตรงนี้ทำให้ผมรู้สึกว่าไม่ค่อยสบายซักเท่าไหร่”
สรุปคิดว่าเป็นการจงใจให้เกิดความรุนแรง เพราะ “ทักษิณ ชินวัตร” พึ่งยื่นขอลี้ภัยเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา
“เรื่องนั้นผมไม่รู้ครับ แต่ผมมองว่ามันเหมือนการทำ Proposal ซึ่งการทำ Proposal นั้นมันแลกด้วยเลือด มันก็ไม่ค่อยน่ารักเท่าไหร่”
การที่ตำรวจใช้ความรุนแรงจนทำให้เกิดคนบาดเจ็บล้มตาย เพราะแค่ต้องการเปิดทางให้รัฐบาลไปประกาศนโยบายในรัฐสภา ทำให้หลายๆ ฝ่ายออกมาประณามการกระทำดังกล่าว เรื่องนี้โจบอกว่า เป็นเรื่องเกินเยียวยาจนอยากจะลาออกจากความเป็นคนไทย
“คืออันนี้โดยหลักคอมมอนเซ้นท์ ประชาชนชาวไทยดูโดยหลักคอมมอนเซ้นท์ด้วยความคิดง่ายๆ ก็น่าจะถอนหายใจ ถอนหายใจแล้วแบบ....เฮ้อ มันรู้สึกว่าถ้าไม่แถลงวันนั้นก็จะหลุดไปแล้วใช่ไหม หลังจากตั้งรัฐบาลมันต้องแถลงนโยบายภายใน 15 วัน ถ้าไม่ทำภายใน 15 วันจะต้องล้มเลิกไป วันนั้นมันเป็นวันสุดท้ายหรือเปล่า ถ้ามันไม่ใช่วันสุดท้ายเลื่อนไปก็ได้ ทำไมจะต้องเข้าวันนั้น”
“คือมันเป็นเรื่องแบบว่า มันเกินเยียวยาจริงๆ มันน่าจะไปลาออกจริงๆ ผมนะควรไปลาออกจากความเป็นคนไทย อายผมอาย เพื่อนผมที่เป็นเล่นคีย์บอร์ดย เขาเป็นชาวมาเลเซีย เขาบอกประเทศยูดังมาก ทุกคนบอกประเทศเราดังมาก มันทำให้เรารู้สึกหดหู่ใจ มันดังในทางที่แบบว่าซับซ้อนซ่อนเงื่อน มีคนที่เขาอยู่เมืองนอกด้วย ดูแล้วอยากจะถอนหายใจ”
“คือเรื่องแกรมม่าในการสลายชุมนุมผมไม่เกี่ยวอยู่แล้วเพราะผมเป็นนักดนตรี แต่ผมก็เคยเห็นเหตุการณ์แบบนี้มาแล้ว มันมีความรุนแรงป่าหวายที่ยิง ตู้ม ตู้ม ตู้ม หายไป 5-6 พันคนก็มี พฤษภาทมิฬเราก็เห็นมาหมดแล้ว เพียงแต่ว่ามันน่าหดหู่ใจตรงที่ว่า มันไม่ได้ทำเพื่อตัวเอง มันไม่ได้ทำด้วยอุดมการณ์ตัวเอง มันทำเพราะถูกสั่ง มันทำเพราะได้เงิน หรือมันทำเพราะต้องทำ”
“สงครามโลกครั้งที่ 2 คนเยอรมันกับอเมริกันวัยรุ่นอายุ 20 เจอหน้ากัน ไม่รู้จัก แต่ต้องฆ่ากันนะ เพราะว่าสงครามโลกครั้งที่ 2 ถ้าผมเจอคุณแล้วคุณใส่ชุดนาซีผมต้องฆ่าคุณทันทีเลย กระสุนหมดเอาระเบิดขว้าง นั่นคือสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่นี่เราคนไทยด้วยกัน เข้าใจเปล่าคนไทยด้วยกันแบบไม่มีเงื่อนไข ถูกสั่งมาต้องยิงตู้ม ต้องผลัก ต้องยิง ไอ้นั่นมาต้องฟาดต้องตี โดยที่ไม่ใช่เป็นเงื่อนไขแบบเป็นรัฐบาลของคุณสุจินดา(พล.อ สุจินดา คราประยูร)แล้วคนไม่ยอม ทหารก็ไม่ยอมอันนั้นต้องดุเดือดเลือดพล่าน”
“แต่นี่เป็นเรื่องที่คนหนึ่งก็อ้างว่า ตัวเองมาจากการเลือกตั้ง เป็นนักเลือกตั้ง อีกคนก็บอกว่าไม่ชอบธรรม ซึ่งจริงๆ แล้วมันก็ไม่ชอบธรรมแล้วแหละเมื่อถึงตรงนี้ เท่าที่เราเห็นมาที่มาทำร้ายกันจนต้องมีคนต้องเข้าโรงพยาบาลและมีคนตาย นี่คือจุดที่ผมรับไม่ได้ ผมหดหู่ที่สุด ผมคิดว่าเป็นการกระทำที่รุนแรงเกินกว่าเหตุเป็นเหมือนการทำ Proposal มากเลย”
ขอขอบคุณ www.zubzip.com
